เที่ยวชมอาคารเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นในอิบารากิ! 6 จุดแนะนำ (ย่าน, คาเฟ่, โรงหมักสาเก, ซาวน่า)

ประวัติศาสตร์

เที่ยวชมอาคารเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นในอิบารากิ! 6 จุดแนะนำ (ย่าน, คาเฟ่, โรงหมักสาเก, ซาวน่า)

จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) มีร้านค้าที่เป็นโกดังเก่าและบ้านเรือนญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมอยู่มากมาย มีจุดท่องเที่ยวหลายแห่งที่ผู้ชื่นชอบอาคาร ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ และผู้ที่อยากชมบ้านเรือนชาวญี่ปุ่นในอดีตต้องอดใจไม่ได้ มี 6 สถานที่แนะนำที่สามารถดื่มด่ำกับเสน่ห์ของอาคารสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างจุใจ เช่น ย่านที่มีอาคารเก่าแก่สวยงามเรียงราย คาเฟ่ที่เป็นบ้านโบราณ โรงหมักสาเก และซาวน่า

อิบารากิเมืองที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเที่ยวชมอาคารเก่าแก่ในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด

จังหวัดอิบารากิตั้งอยู่ใกล้กรุงโตเกียว มีการค้าเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต ในพื้้นที่ต่างๆ ของจังหวัดยังมีทิวทัศน์เมืองเก่าและบ้านโบราณหลงเหลืออยู่มาก

ปัจจุบันมีอาคารสถานที่และร้านค้าที่ปรับปรุงอาคารเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นเหล่านี้ให้เป็นสถานที่ผ่อนคลายที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้มาเยือน หลากหลายรูปแบบ เช่น ที่พัก คาเฟ่ บาร์ ห้องซาวน่า แม้จะไปหลายๆ ที่ก็ไม่เบื่อ ลองมาฟื้นฟูจิตใจและร่างกายในขณะที่หวนคิดถึงกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนผ่านอาคารเก่าแก่ต่างๆ กัน

 

สถานที่ท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศย้อนยุค

สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับบ้านญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมอย่างจุใจ ขอแนะนำย่านที่มีบ้านเก่าโบราณเรียงราย เมื่อเดินเล่นชมทิวทัศน์บ้านเมืองอันเงียบสงบมีสไตล์ ทิวทัศน์ของซาโตยามะ (พื้นที่เพาะปลูกบริเวณเชิงเขา) เพลิดเพลินกับวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์และออนเซ็น ก็จะได้เห็นอาคารเก่าต่างๆ นอกจากนี้ เมื่อไปคาเฟ่หรืออาคารที่พักในย่านแบบนี้ ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างลึกซึ้งท่ามกลางบรรยากาศของสถานที่เก่าๆ

ทิวทัศน์บ้านเรือนที่เรียงรายในเมืองไดโกะ (Daigo) และไดโกะคาเฟ่ (daigo cafe)

ฮิตาจิไดโกะ (Hitachidaigo) มีบ้านเรือนญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม โกดัง อาคารสไตล์ตะวันตกเก่าแก่ และป้ายย้อนยุคมากมาย เป็นย่านที่น่าเดินเล่นชมอาคารที่มีเสน่ห์ท่ามกลางความเขียวขจีและปลอดโปร่ง

ฮิตาจิไดโกะมีไดโกะดีพาร์ต (Daigo Depart) ย่านการค้าซึ่งรวมร้านขายกับข้าวสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม คาเฟ่บ้านโบราณ และร้านขายเสื้อผ้าไว้ด้วยกัน ที่มุมหนึ่งมี daigo cafe คาเฟ่ที่นำร้านค้าอายุกว่า 100 ปีที่ว่างอยู่มาใช้

คาเฟ่เป็นอาคารไม้ในบรรยากาศผ่อนคลายสไตล์ย้อนยุค สามารถลิ้มรสสุดยอดเมนูต่างๆ เช่น ข้าวห่อไข่และแกงกระหรี่ญี่ปุ่นที่ใช้ไข่และเนื้อไก่โอคุคุจิแบรนด์ไก่พันธุ์ชาโมะ (Okukuji-Shamo Chicken) และขนมหวานที่ใช้แอปเปิ้ลโอคุคุจิ (Okukuji)

ไดโกะเฮาส์ (Daigo house) เกสต์เฮาส์ที่ใช้เวลาเดินจาก daigo cafe เพียง 15 นาที เป็นที่พักในบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ให้บริการอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นซึ่งเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ และเป็นที่พักแนะนำในราคาสุดคุ้มสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเล่นสบายๆ ในเมืองไดโกะ

บริเวณสถานี JR ไดโกะ (JR Daigo) มีเกสต์เฮาส์ โรงแรมสไตล์ย้อนยุค และร้านอาหารต่างๆ มากมาย สามารถเช่าจักรยานได้ที่ Daigo Town Tourist Association ใกล้ๆ สถานีรถไฟด้วย ลองแวะไปดูกันนะ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่จะเป็นทริปสุดพิเศษที่คุณสามารถสัมผัสท้องถิ่นแบบซาโตยามะของญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอน!

เพลิดเพลินกับกาแฟรสดีในบรรยากาศสุดชิลของอาคารที่มีสไตล์

หนึ่งในความสุขของการเดินทางคือการได้ไปคาเฟ่ชื่อดังของที่นั่น การได้เจอคาเฟ่บรรยากาศดีๆ ที่ให้บริการกาแฟและขนมหวานแสนอร่อยในสถานที่ที่ไปเป็นครั้งแรก ก็คือช่วงเวลาแห่งความสุข บทความนี้ขอแนะนำร้าน 2 แห่งที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้คุณได้เพลิดเพลินกับกาแฟและเค้กแฮนด์เมด ที่ทำจากวัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันด้วยความเอาใจใส่ของเจ้าของร้าน

คาเฟ่โพสเท็น (Cafe Posten)

คาเฟ่เปิดขึ้นจากการที่เจ้าของตกหลุมรักอาคารย้อนยุคที่มีหลังคาทรงสามเหลี่ยมสุดน่ารัก มีชื่อตามอาคารเดิม คือ ที่ทำการไปรษณีย์ ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1925 ถึง 1962

ภายนอกเป็นสไตล์ตะวันตก แต่ภายในมีบรรยายกาศสมัยโชวะ (1926-1989) สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือความงดงามของลายไม้ที่เสา คาน พื้น และประตูบานเลื่อน เนื้อสัมผัสที่ไม่พบในของใหม่ๆ ทำให้สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่

ภายในร้านมีบรรยากาศอบอุ่นแบบย้อนยุค สามารถเพลิดเพลินกับกาแฟคั่วเอง ชาออร์แกนิก เค้กตามฤดูกาล และขนมอบต่างๆ รวมถึงอาหารกลางวันยอดฮิต เช่น ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นและเมนูที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น

คาเฟ่ มิฮารุ (Cafe MIHARU)

มิฮารุ (MIHARU) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตในเมืองฮิตาจิ (Hitachi) เริ่มต้นจากร้านอาหารเล็กๆ โดยเจ้าของร้านสตรีคนแรกในปี 1950 ปัจจุบันบริหารโดยเจ้าของร้านสตรีรุ่นที่ 3 ชั้น 2 เป็น Cafe MIHARU ให้บริการขนมหวานและเครื่องดื่มโฮมเมด

การตกแต่งภายในของ Cafe MIHARU เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เครื่องเรือนมีความประณีตสวยงาม สามารถเห็นทะเลฮิตาจิที่สดใสจากหน้าต่างคาเฟ่ พร้อมสัมผัสบรรยากาศภายในอาคารที่ตกแต่งอย่างประณีต ที่ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย

และอย่าพลาดชิมขนมยอดฮิตที่รับประทานคู่กับกาแฟหรือชากันนะ มีทั้งเค้ก พุดดิ้ง สโคน และแอปเปิ้ลชินนามอนโทสต์ที่ทำจากผลไม้ตามฤดูกาล

เพลิดเพลินกับเหล้าสาเกที่คัดสรรมาอย่างดีพร้อมสัมผัสบรรยากาศอาคารเก่าแก่

สิ่งที่ไม่ควรพลาดในการท่องเที่ยวคืออาหารอร่อยและสาเก พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบของอาคารเก่าแก่ที่มีอายุยาวนาน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสาเกไม่มีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่าการได้ดื่มสาเกรสชาติที่ชื่นชอบ โดยจะขอแนะนำ 2 ร้านที่สามารถลิ้มรสสาเกที่คัดสรรมาแต่ของดี

บราสเซอรี่โจโซ (Brasserie JOZO)

ร้านอาหารฝรั่งเศสซึ่งตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของโนมุระ โจโซ (Nomura Jozo) โรงหมักสาเกที่เปิดกิจการมานานกว่า 120 ปีในเมืองโจโซ (Joso) โดยมีการปรับปรุงส่วนหนึ่งของโรงหมักสาเกที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในเหตุการณ์ฝนตกหนักในแถบคันโตและโทโฮคุเมื่อปี 2015 และเปิดให้บริการเมื่อปี 2017 ด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อผู้คนที่ให้การช่วยเหลือในช่วงที่เกิดภัยพิบัติดังกล่าว

สามารถเพลิดเพลินกับอาหารฝรั่งเศสแบบโฮมเมดที่ใช้วัตถุดิบในจังหวัดอิบารากิ ขนมหวานจากฝีมือช่างทำขนมหวาน สึมุกิบิจิน (Tsumugibijin) สาเกท้องถิ่นซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของ Nomura Jozo และเหล้าญี่ปุ่นอื่นๆ ที่เข้ากันได้ดีกับอาหารฝรั่งเศส .

ตัวอาคารเป็นบ้านโบราณที่ทำจากไม้เคยากิ เพดานสูงโปร่งเต็มไปด้วยบรรยากาศของอาคารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง การตกแต่งภายในและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ใช้ความอบอุ่นของไม้จัดวางไว้อย่างมีรสนิยม รับรองว่าจะสามารถมีช่วงเวลาแห่งความทรงจำสุดพิเศษอย่างแน่นอน

ไวน์โอคล็อก (WINE OʼCLOCK)

ห้องอาหารที่เสิร์ฟไวน์นี้เปิดให้บริการเมื่อปี 2018 ตั้งอยู่ในอิซุมิโจไคกัน (Izumicho Kaikan ) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1955 สามารถเพลิดเพลินกับอาหารยาคุเซ็น (อาหารเพื่อสุขภาพ) และอาหารกรีกพร้อมกับไวน์ได้

Izumicho Kaikan เป็นอาคารที่ชาวเมืองต่างชื่นชอบด้วยบรรยากาศสไตล์โมเดิร์นแบบย้อนยุค เช่น ส่วนโค้งของอาคารที่มีเอกลักษณ์ กระเบื้องที่ปูใกล้บริเวณทางเข้า และชื่ออาคารที่เป็นตัวอักษรสามมิติสีทอง WINE O’CLOCK ได้นำบรรยากาศดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ผสานกับการตกแต่งภายในที่มีสไตล์

มีไวน์จากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลกมากถึง 20 – 30 ชนิดไว้ให้บริการ รวมทั้งมีการคัดสรรไวน์ที่เหมาะกับรสนิยมของลูกค้าโดยเจ้าของร้านซึ่งเป็นซอมเมอลิเยร์ (Sommelier ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์) เมนูอาหารก็มีมากมายหลากหลายและสามารถเพลิดเพลินกับอาหารยาคุเซ็นซึ่งใส่ใจในความงามและสุขภาพพร้อมกับไวน์ที่เข้ากัน รวมทั้งขอแนะนำอาหารกรีกแท้ๆ ให้คุณลิ้มลองและใช้เวลาสบายๆ กับบรรยากาศสไตล์ผู้ใหญ่กัน

ซาวน่าที่ช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายในบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

นอกจากการพักค้างคืน กิน และดื่มแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่จะสัมผัสความงามของอาคารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้ด้วย ขอแนะนำห้องซาวน่าที่ช่วยบำบัดจิตใจและร่างกาย และบ้านเรือนที่เรียงรายโดยรอบ

คุระซาวน่า (KURA SAUNA)

เมืองยูกิ (Yuki) ตั้งอยู่ที่ชายขอบของจังหวัดโทจิงิ (Toshigi) และจังหวัดอิบารากิ เป็นเมืองรอบปราสาทที่มีโกดังเก่าแก่มากมาย ในสมัยเอโดะ (1603 – 1868) เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำและเมืองการค้าที่คึกคัก ภายในเมืองมีมิเซกุระ (Misekura) อาคารซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้า 31 หลัง ในปัจจุบันบางส่วนยังคงใช้เป็นร้านค้าส่งยูกิสึมุกิ (Yuki Tsumugi) ผ้าไหมทอซึ่งเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิม มิโซะ และโรงหมักสาเก

KURA SAUNA ตั้งอยุ่ในเมืองยูกิ เป็นห้องซาวน่าที่ปรับปรุงมาจากโกดังของร้านกิโมโนเก่าที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1920 สามารถผ่อนคลายในขณะที่อบตัวด้วยความร้อนอันอ่อนโยนจากเตาเผาฟืนและกลิ่นหอมของอโรมาเทอราพีในห้องซาวน่าที่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

ขอแนะนำให้ลองแช่บ่อน้ำเย็นที่สูบขึ้นมาจากบ่อน้ำ ซึ่งเป็นน้ำบาดาลที่นุ่มนวลจากแม่น้ำคินุกาวะ (Kinugawa River) ถังที่ใช้แช่ทำมาจากถังที่ผลิตโดย Akiba Koji Miso Jozo ผู้ผลิตมิโซะเก่าแก่ในท้องถิ่น ที่ลานบ้านมีต้นเกาลัดขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ สามารถนอนเอนกายรับอากาศบริสุทธิ์ใต้ร่มเงาของต้นไม้บนเก้าอี้ปรับระดับได้

นอกจากนี้ยังมีห้องอาบน้ำรวมชายหญิงที่ทุกคนสวมชุดว่ายน้ำ โดยต้องจองล่วงหน้า

เพลิดเพลินกับช่วงเวลาผ่อนคลายสุดพิเศษในอาคารทรงเสน่ห์

นอกจากที่แนะนำข้างต้นแล้ว ยังมีร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจมากมายในจังหวัดอิบารากิที่ใช้ประโยชน์จากความดีงามของอาคารญี่ปุ่นโบราณ มาใช้เวลาเยียวยาจิตใจและร่างกายในอาคารเก่าแก่เหล่านี้กัน