ฤดูใบไม้ร่วงนี้ไปเที่ยววัดกุเกียวจิ จุดชมดอกฮิกังบานะชื่อดัง! อิ่มเอมไปกับโลกมหัศจรรย์ของพุทธศาสนา

ประวัติศาสตร์

ธรรมชาติ

ฤดูใบไม้ร่วงนี้ไปเที่ยววัดกุเกียวจิ จุดชมดอกฮิกังบานะชื่อดัง! อิ่มเอมไปกับโลกมหัศจรรย์ของพุทธศาสนา

วัดกุเกียวจิ (Gugyo-ji Temple) ในโทโยโอกะมาจิ (Toyookamachi) เมืองโจโซ (Joso) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) มีผู้คนมากมายมาเยือนในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมเพื่อชมทุ่งดอกฮิกังบานะ (Higanbana) หรือดอกพลับพลึงแมงมุมสีแดงสดใส ไปชมเสน่ห์ของวัดกุเกียวจิ จุดชมดอกฮิกังบานะชื่อดัง พร้อมเรื่องเล่าทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับดอกฮิกังบานะ และสถานที่แนะนำรอบๆ กัน

เรื่องเล่าทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับดอกฮิกังบานะ

 

ดอกฮิกังบานะเป็นดอกไม้สีแดงสวยงามที่บานทั่วญี่ปุ่นในช่วงกลางเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม บรรยากาศงดงามสุดพิศวงเช่นนี้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน

ในญี่ปุ่นกล่าวกันว่าดอกฮิกังบานะเป็นดอกไม้ที่บานริมฝั่งแม่น้ำซันซุที่ไหลระหว่างโลกปัจจุบันกับโลกหลังความตาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าทางพุทธเรื่องหนึ่ง

นานมาแล้ว เทพ 2 องค์บนสรวงสวรรค์ที่รักกันได้หนีตามกันไป ทั้งสองจึงได้รับโทษจากสวรรค์ โดยองค์หนึ่งกลายเป็นดอกฮิกังบานะ ส่วนอีกองค์กลายเป็นใบของดอกฮิกังบานะ ดอกฮิกังบานะมีลักษณะทางนิเวศวิทยาพิเศษ คือ ใบจะผลิหลังสิ้นสุดช่วงดอกบาน ดังนั้นจึงไม่มีช่วงเวลาที่ดอกกับใบจะมาบรรจบกัน

วันหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าเห็นดอกฮิกังบานะก็นึกถึงเทพทั้งสองและกล่าวว่า “พวกท่านไม่สามารถพบกันได้ แต่พวกท่านต้องสนับสนุนกันและกัน เราช่วยท่านให้พ้นจากบาปไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอให้เบ่งบานริมฝั่งแม่น้ำ” กล่าวกันว่า ด้วยเหตุนี้ ดอกฮิกังบานะจึงบานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำซันซุ

ดอกฮิกังบานะมีเรื่องราวที่งดงามยิ่งซ่อนอยู่ แต่ในความเป็นจริง มีสถานที่ชมดอกฮิกังบานะชื่อดังในจังหวัดอิบารากิที่อยู่ติดกับโตเกียว

 

เสน่ห์ของวัดกุเกียวจิ จุดชมดอกฮิกังบานะชื่อดัง

 

วัดกุเกียวจิตั้งอยู่ในโทโยโอกะมาจิ เมืองโจโซ จังหวัดอิบารากิ มีดอกฮิกังบานะกว่า 50,000 ต้น ช่วยสร้างทิวทัศน์งดงามตระการตาแผ่กว้างไปทั่วบริเวณราวกับปูพรมแดง แม้ดอกฮิกังบานะจะมีก้านเล็กเรียวบาง แต่ก็ยืนต้นตรงจากพื้นดินด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม ชูดอกตั้งตรงรับแสงอาทิตย์อย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ

ดอกฮิกังบานะในวัดแห่งนี้ไม่ได้มีแค่สีแดงที่พบเห็นได้ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีดอกฮิกังบานะสีขาว และสีเหลืองที่หาดูได้ยากด้วย

หากสนใจเรื่องราวตำนานรักที่สวยงามของดอกฮิกังบานะ ต้องลองมาสัมผัสทิวทัศน์ที่สวยงามแสนโรแมนติกนี้ได้ที่วัดกุเกียวจิแห่งนี้กัน

ในละแวกใกล้เคียง มีสถานที่ชื่อดังเกี่ยวกับชาญี่ปุ่นด้วย

หากไปชมดอกไม้แล้วจะไปที่ไหนต่อดี ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นที่ตำบลซาไก (Sakai) แหล่งผลิตใบชาที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นชุมชนใบชาชื่อดัง ขอแนะนำอาคารที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมคือ “Chagura” อาคารสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ไม้ในการก่อสร้างผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ออกแบบโดย Kuma Kengo สถาปนิกชื่อดังระดับโลก ที่ชั้น 2 มีร้านชา Samacha ชาพิเศษประจำท้องถิ่น

จุดแวะพักรถซาไก (Michi no eki Sakai) จำหน่ายผักสดท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อในท้องถิ่น และของฝาก แต่สิ่งที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือแซนด์วิช ซึ่งจัดจำหน่ายภายในร้านที่สะอาดสวยงาม มีหลากหลายรสชาติทั้งไส้หวานและไส้คาวในปริมาณที่จุใจ หน้าตาน่าสนใจด้วย