5 เทศกาลฤดูร้อนที่แนะนำในจังหวัดอิบารากิ ชมขบวนแห่มิโคชิสุดอลังการ!

ประวัติศาสตร์

กิจกรรม

5 เทศกาลฤดูร้อนที่แนะนำในจังหวัดอิบารากิ ชมขบวนแห่มิโคชิสุดอลังการ!

เมื่อพูดถึงสิ่งที่สื่อถึงกลิ่นอายของฤดูร้อนในญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงงานเทศกาลต่างๆ สำหรับจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ซึ่งเดินทางจากโตเกียว (Tokyo) ได้อย่างง่ายดาย มีงานเทศกาลที่อลังการและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ บทความนี้ได้คัดสรร 5 เทศกาลที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความหลากหลายของงานเทศกาลในญี่ปุ่นมาบอกเล่าสู่กันฟัง

ญี่ปุ่นมีการจัดเทศกาลในสถานที่ต่างๆ เพื่อขอบคุณต่อเทพเจ้า รวมทั้งขอพรให้ผู้คนมีความสุขและการเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี แต่ละเทศกาลก็จะแสดงสีสันในแบบของท้องถิ่นนั้นๆ

จังหวัดอิบารากิอยู่ติดกับโตเกียว มีงานเทศกาลที่มีเอกลักษณ์มากมาย

จังหวัดอิบารากิรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม เช่น แม่น้ำและทะเล มีผลผลิตทางการเกษตรมากมาย และมีวัฒนธรรมประเพณีการอธิษฐานขอพรเทพเจ้าที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในจังหวัดมีวัดพุทธและศาลเจ้าชินโตหลายแห่ง รวมทั้งงานเทศกาลต่างๆ ที่มีการพัฒนาสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

จากนี้เราจะไปรู้จักกับ 5 เทศกาลแนะนำ ซึ่งมีทั้งขบวนแห่มิโคชิหรือศาลเจ้าเคลื่อนที่ (*) และโคมไฟที่อลังการไปจนถึงงานเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ซึ่งจะได้ชมการแสดงความสามารถพิเศษที่ความสูง 14 เมตร

* ยานพาหนะที่ประดิษฐานชินไท (สิ่งที่มีเทพเจ้าสถิตอยู่) ซึ่งมีผู้คนต่างๆ ร่วมกันแบกในช่วงเทศกาล

 

 

1. การแสดงทสึคุไม (Tsukumai) และเทศกาลกิอง (Gion Festival) ของศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine)

เทศกาลกิองของศาลเจ้ายาซากะจัดขึ้นนาน 3 วันในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่คามิมาจิ (Kamimachi) เมืองริวกาซาคิ (Ryugasaki) ซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัดอิบารากิ เป็น 1 ใน 3 เทศกาลสุดแปลกในภูมิภาคคันโต โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของญี่ปุ่นและจังหวัด

ไฮไลต์ของเทศกาลกิองของศาลเจ้ายาซากะคือการแสดง “ทสึคุไม” ที่จัดขึ้นในช่วงเย็นวันสุดท้ายของเทศกาล โดยนักแสดงชาย 2 คนที่สวมหน้ากากกบและเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์จะปีนขึ้นไปบนเสาสูง 14 เมตร ยิงธนูเพื่อปัดเป่าความชั่วร้าย และแสดงท่ากายกรรมต่างๆ เช่น ท่าหกสูงโดยปราศจากเชือกนิรภัย ขณะที่มีการบรรเลงเสียงขลุ่ยและกลองประกอบ

ต้นกำเนิดของการแสดงนี้มีหลากหลายทฤษฎี แต่กล่าวกันว่า ทสึคุไมเป็นชนิดหนึ่งของศิลปะการแสดงพื้นบ้านจีนโบราณ (เช่น มายากล กายกรรม) ที่เผยแพร่ไปทั่วญี่ปุ่น และมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมชินโตที่อธิษฐานขอฝนและให้การเก็บเกี่ยวมีผลผลิตดี

ภายใต้ท้องฟ้ายามพลบค่ำ ผู้ชมจำนวนมากจะร่วมกันส่งเสียงเชียร์นักแสดงชายที่แสดงทักษะอันยอดเยี่ยมนี้

 

 

2. เทศกาลชิโมดาเตะกิอง (Shimodate Gion Festival)

เทศกาลชิโมดาเตะกิอง ซึ่งจัดขึ้นในเมืองจิคุเซ (Chikusei) ทางตะวันตกของจังหวัดอิบารากิ เป็นเทศกาลเก่าแก่ที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดในยุคเซ็นโกคุ (ค.ศ. 1467 – 1415)

จุดเด่นที่น่าสนใจของงานเทศกาลอยู่ที่การแห่มิโคชิอันอลังการ ขบวนแห่มิโคชิ 30 หลังซึ่งประกอบด้วย “มิโคชิแบบเฮเซ” ที่หนักที่สุดในญี่ปุ่น (2 ตัน) “มิโคชิแบบเมจิ” หนัก 1 ตัน และ “มิโคชิแบบผู้หญิง” ที่มีแต่ผู้หญิงแบก เป็นต้น เมืองจะเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของเสียงดนตรีและผู้คนที่ส่งเสียงเชียร์

ไฮไลต์ของงานเทศกาลคือ “คาวาโตเกียว” เป็นพิธีชำระล้างสิ่งสกปรกและปัดเป่าความชั่วร้ายให้กับศิษย์ของเทพเจ้าที่สถิตอยู่กับมิโคชิในช่วงเทศกาล ภาพของมิโคชิเคลื่อนลงสู่แม่น้ำนั้น เป็นภาพที่หาชมได้ยากมากในญี่ปุ่น

 

 

3. เทศกาลมิโตะโคมง (Mito Komon Festival)

เทศกาลนี้จัดขึ้นนาน 3 วันในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่เมืองมิโตะ (Mito) ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งศาลาว่าการของจังหวัดอิบารากิ

ไฮไลต์อยู่ที่งานเทศกาลรื่นเริงบนถนนสายหลัก! ถนนสายหลักรอบๆ สถานีมิโตะ (Mito) กลายเป็นสวรรค์ของคนเดินถนน โดยมีขบวนรถดาชิหรือขบวนรถประดับตกแต่ง (*) และการแห่มิโคชิไปรอบๆ ขบวนพาเหรดและงานเทศกาลคาร์นิวาลของชาวเมืองในธีม “มิโตะโคมง” วีรบุรุษแห่งประวัติศาสตร์ รวมทั้งมีการออกร้านต่างๆ เรียงรายมากมาย เป็นงานเทศกาลที่ทุกคนตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงวัยมาสนุกสนานกันได้

ในช่วงเดียวกับ “เทศกาลมิโตะโคมง” ยังมีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟที่สวนไคราคุเอน (Kairakuen Garden) ที่มีชื่อเสียงในเมืองมิโตะ ดอกไม้ไฟที่สวยงามจัดแสดงโดย Nomura Hanabi Kougyou บริษัทช่างฝีมือดอกไม้ไฟที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

* ในปี 2022 ด้วยการคำนึงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และโรคลมแดดในฤดูร้อน จึงมีการจัดทำขนาดที่ลดลง โดยจัดทำภายใต้หัวข้อ “การสร้างสถานที่จัดแสดงเทคนิคศิลปะและวัฒนธรรม” และ “การสร้างบรรยากาศสุดพิเศษในเทศกาลมิโตะโคมง” วันเวลาการจัดมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ขอให้ระวังและตรวจสอบก่อนไป * ขบวนรถแห่ที่มีการประดับตกแต่งต่างๆ ในช่วงเทศกาล

 

 

4. เทศกาลอิชิโอกะ (Ishioka Festival)

เป็นเทศกาลซึ่งจัดขึ้นที่ศาลเจ้าฮิตาจิโนะคุนิโซฉะกู (Hitachinokuni Soshagu Shrine) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างมากว่า 1,000 ปีในเมืองอิชิโอกะ (Ishioka) จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) เรียกอีกอย่างว่า “งานเทศกาลประจำปีศาลเจ้าฮิตาจิโนะคุนิโซฉะกู” เทศกาลซึ่งเป็นที่รักของคนท้องถิ่นมากขนาด “ผู้ที่เกิดและเติบโตในอิชิโอกะ แม้จะไม่กลับมาช่วงปีใหม่ ก็ต้องกลับมาร่วมงานเทศกาลนี้”

ในช่วงเทศกาล นอกจากการแห่มิโคชิและขบวนรถดาชิ ยังมีการแสดงขบวนแห่เชิดสิงโตประกอบดนตรีกว่า 50 ตัวไปรอบเมือง การแสดงขบวนแห่เชิดสิงโตเป็นการเต้นรำของผู้เชิดซึ่งสวมหัวสิงโตแบบเฉพาะของเมืองอิชิโอกะที่ยึดติดกับผ้าคลุมยาวกับรถพาเหรด ว่ากันว่า มีความหมายในการปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บและขับไล่สิ่งชั่วร้าย

ในงานเทศกาล นอกจากจะมีการแสดงซูโม่และการแสดงคากุระ (การเต้นรำและร้องเพลงเพื่อบูชาเทพเจ้า) แล้วยังมีจุดไคลแม็กซ์ของงานคือขบวนแห่ขนาดใหญ่พร้อมการแสดงดนตรี “อิชิโอกะ ฮายาชิ”

ในเทศกาลญี่ปุ่นจะมีการจัดงานแสดงดั้งเดิมต่างๆ เช่น การแห่มิโคชิ ขบวนรถดาชิ แต่เทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่รวมการจัดงานแสดงญี่ปุ่นหลากหลายประเภทไว้ในเทศกาลเดียวซึ่งหาได้ยากมาก จึงเป็นเทศกาลที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 

 

5. เทศกาลทสึคุบะ (Tsukuba Festival)

เป็นงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองทสึคุบะ (Tsukuba) ซึ่งมีผู้เข้าชมปีละมากกว่า 400,000 คน ภายใต้แนวคิด “เมืองกับผู้คนร่วมกันเป็นหนึ่ง สร้างอนาคตในทสึคุบะ เมืองนานาชาติที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์” มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกร้านที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นรสเลิศ การแสดงดนตรี และการเต้นรำ

ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนแห่ทสึคุบะมันโตไดมิโคชิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น “มันโตไดมิโคชิ” เป็นศาลเจ้าเคลื่อนที่ซึ่งมีโคมไฟประดับมากมาย และแสงไฟงดงามของโคมไฟจะทำให้เมืองในยามค่ำคืนสวยงามยิ่ง นอกจากนี้ ยังมีขบวนแห่เนบุตะ (*) และศิลปะการแสดงบนท้องถนน ให้สัมผัสและเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เร่าร้อนของเทศกาลฤดูร้อนในญี่ปุ่น

* โคมไฟขนาดใหญ่ทำเป็นรูปพัด ตุ๊กตา สัตว์ และอื่นๆ