Visitเที่ยวชม

อิบารากิกลาง

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาซามะนิจิโดะ (Kasama Nichido Museum of Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาซามะนิจิโดะ (Kasama Nichido Museum of Art)

คาซามะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องเครื่องเคลือบและเครื่องปั้นดินเผาที่งดงาม แต่ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลายแห่งในเมืองที่จัดแสดงงานศิลป์ต่างๆ เช่น ภาพวาดและงานแกะสลัก หนึ่งในพิพิธภัณฑ์อันโดดเด่นที่สุดคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะคาซามะนิจิโดะซึ่งเปิดเมื่อปี 1972

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้คนทั้งหลายได้สัมผัสงานศิลป์สุดประทับใจ นอกจากที่นี่จะรวบรวมผลงานของนักเขียนชาวญี่ปุ่นไว้ ยังเก็บสะสมผลงานสุดตราตรึงใจที่ทรงอิทธิพลอย่างมากต่อโลกศิลปะญี่ปุ่นด้วย สามารถชื่นชมผลงานอันทรงคุณค่าของศิลปินชื่อดังระดับโลก เช่น ปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์, โคลด โมเนต์, วินเซนต์ แวนโก๊ะ, และเอ็ดการ์ เดอกาส์ ได้ ยังมีนิทรรศการที่มีเอกลักษณ์ในคอลเล็กชันการผสมสีของศิลปินนักวาดภาพชื่อดังซึ่งได้รับการยอมรับอย่างมากจากผู้เชี่ยวชาญงานศิลป์ นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักต่างๆ จัดตั้งอยู่ในสวนอันงดงามให้ได้ชื่นชมกันด้วย

พิพิธภัณฑ์ / สวนสัตว์ / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

อิบารากิกลาง

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาซามะอินาริ (Kasama Inari Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาซามะอินาริ (Kasama Inari Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาซามะอินาริเป็นสถานที่ซึ่งจะได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณศาลเจ้าคาซามะอินาริ จัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบโบราณใน 6 รูปแบบ

คอลเล็กชั่นที่พิพิธภัณฑ์รวบรวมไว้มีความหลากหลาย นอกจากเครื่องปั้นดินเผาในสมัยเฮอัน สมัยคามาคุระ และสมัยมุโรมาจิ ยังมีชิ้นที่เก่าแก่กว่าพันปีก่อนด้วย ยังมีนิทรรศการพิเศษซึ่งจัดแสดงผลงานน่าทึ่งมากมาย เช่น ภาพแขวนและฉากกั้นสุดวิจิตรที่วาดลวดลายภูมิทัศน์ของญี่ปุ่นและทิวทัศน์ในแต่ละฤดูกาล

หากได้ชมคอลเล็กชันของพิพิธภัณฑ์คาซามะอินาริแห่งนี้ จะสามารถสัมผัสได้ถึงส่วนหนึ่งของผลงานอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่นได้

พิพิธภัณฑ์ / สวนสัตว์ / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

วัดและศาลเจ้า

อิบารากิกลาง

ถนนยากิโมโนะโดริ / โทโนะโคมิจิ

ถนนยากิโมโนะโดริ / โทโนะโคมิจิ

ถนนคาซามะยากิโมโนะโดริ (Kasama Yakimono Dori St.) เป็นยากิโมโนะสตรีทที่ทอดยาวเลียบทางหลวงหมายเลข 355 มีสตูดิโอเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเปิดดำเนินการมาหลายชั่วอายุคน และร้านค้าส่งขนาดใหญ่ตั้งเรียงราย

ไม่ว่าจะแวะชมที่ไหน ล้วนมีเรื่องราวใหม่ๆ ให้ค้นพบ อย่างคัตสึระโทเก (Katsura Tougei) ร้านจำหน่ายคาซามะยากิซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของญี่ปุ่น และฮิซะโทโคโบ (Hisa Toukoubou) สตูดิโอซึ่งจะได้สัมผัสประสบการณ์การทำเครื่องปั้นดินเผา

โทโนะโคมิจิ (To no Komichi) ถนนเครื่องปั้นดินเผาแห่งนี้เริ่มต้นจากฝั่งตะวันออกของถนนคาซามะยากิ และขนานกับแกลเลอรีโรดซึ่งเป็นถนนเครื่องปั้นดินเผาอีกเส้นหนึ่ง บนถนนเส้นนี้มีร้านค้าราว 10 แห่งที่บริหารโดยสตูดิโอเครื่องปั้นดินเผา ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะได้พบปะศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานด้วย

ชอปปิ้ง

งานหัตถกรรมพื้นบ้าน / โรงหมักสาเก

อิบารากิกลาง

แกลเลอรีโรด (Gallery Road)

แกลเลอรีโรด (Gallery Road)

แกลเลอรีโรดหรือถนนแกลเลอรีเป็นสถานที่ที่สามารถสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งระหว่างคาซามะกับโลกแห่งศิลปะและงานฝีมือ

แกลเลอรีโรดที่ทอดยาวราว 2 กิโลเมตร มีร้านค้าหลากหลายชนิดที่จำหน่ายคาซามะยากิซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของญี่ปุ่น
มีจุดที่น่าสนใจบนถนนเส้นนี้ ทั้งแกลเลอรีเครื่องปั้นดินเผาอย่างโคซันกามะ (Kouzangama) และแกลเลอรีมง (Gallery Mon) รวมถึงร้านจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาอย่างคิราราคัง (Kilala-kan) และสเปซนิโค (SPACE NICO)

นอกจากนี้ยังมีแกลเลอรีศิลปะเครื่องแก้วที่สวยงาม, แจ๊สคาเฟ่ย้อนยุคสมัยโชวะ และมีร้านอาหารที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างร้านขนมปัง

ชอปปิ้ง

งานหัตถกรรมพื้นบ้าน / โรงหมักสาเก

อิบารากิกลาง

เทศกาลชมดอกบ๊วยเมืองมิโตะ

เทศกาลชมดอกบ๊วยเมืองมิโตะ

เทศกาลชมดอกบ๊วยเมืองมิโตะเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1896 (ปีเมจิ 29) เมื่อทางรถไฟสายมิโตะ-อุเอโนะ เปิดให้บริการ และการนั่งรถไฟชมดอกบ๊วยก็เริ่มให้บริการ โดยจะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงที่ดอกบ๊วยบานสะพรั่งประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงปลายเดือนมีนาคม ที่สวนไคราคุเอนซึ่งเป็น 1 ใน 3 สวนสวยที่สุดในญี่ปุ่น และที่โคโดคัง โรงเรียนสำหรับไดเมียว (ขุนนาง) มิโตะซึ่งถูกกำหนดให้เป็นมรดกของญี่ปุ่น สวนไคราคุเอนได้ปลูกต้นบ๊วยกว่า 100 สายพันธุ์ราว 3,000 ต้น และที่โคโดคังกว่า 800 ต้น 60 สายพันธุ์ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมมากมาย ทั้งการประดับไฟไลท์อัพยามค่ำคืน การจุดดอกไม้ไฟ หรือเทศกาลเหล้าบ๊วยแห่งชาติ ให้คุณได้ลิ้มรสเหล้าบ๊วยเปรียบเทียบรสชาติกว่า 150 ชนิดจากทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นเทศกาลประจำปีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิสู่มิโตะ เทศกาลนี้จึงเป็นที่ชื่นชอบไม่เพียงแต่จากประชาชนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมากอีกด้วย

เทศกาล/งานอีเวนต์

สวนและธรรมชาติ

ปราสาทและสถานที่ทางประวัติศาสตร์

อิบารากิเหนือ

Nishinouchi Paper Kami no Sato

Nishinouchi Paper Kami no Sato

ร้านจำหน่ายกระดาษญี่ปุ่น Nishinouchi Paper Kami no Sato ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1970 เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำกระดาษนิชิโนะอุจิ ด้วยมือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผูกขาดการจำหน่ายของแคว้นมิโตะ ซึ่งปกครองจังหวัดอิบารากิตอนกลางและตอนเหนือ ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) ได้รับการยกย่องว่าเป็นทรัพย์สมบัติที่สำคัญในเอโดะ (ชื่อเดิมของโตเกียว) ) กระดาษนิชิโนะอุจิ ซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 350 ปี ได้รับการกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของชาติและจังหวัด มีจุดเด่นคือ การใช้วัตถุดิบจาก ""ต้นโคโซะ (ต้นปอสา)"" ที่ผลิตในเมืองฮิตาจิและไดโกะ ด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันมากในเวลากลางวันและกลางคืน ทำให้ได้เส้นใยที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรงและทนน้ำ กระดาษที่ทำจากเส้นใยปอสาที่บางและสั้นนี้จะทนทานต่อน้ำและการดัดงอได้ดี
ร้าน Nishinouchi Paper Kami no Sato จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงกระดาษญี่ปุ่นทำมือ ของตกแต่งภายใน สินค้าเบ็ดเตล็ด และเครื่องประดับ นอกจากนี้ ยังมี ""ห้องวัสดุคามิโนะซาโตะวาชิ'' แกลเลอรีจัดแสดงเอกสารที่ทำจากกระดาษนิชิโนะอุจิ รวมทั้งเวิร์คช็อปสัมผัสประสบ…

ชอปปิ้ง

พิพิธภัณฑ์ / สวนสัตว์ / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

งานหัตถกรรมพื้นบ้าน / โรงหมักสาเก

อิบารากิกลาง

สวนโฮวะเอ็น (Howaen Garden)

สวนโฮวะเอ็น (Howaen Garden)

โฮวะเอ็นเป็นสวนกว้างใหญ่ อยู่ติดกับวัดเคกันจิ (Keiganji Temple สร้างเมื่อปี 1682) และเป็นจุดชมดอกอาจิไซ (ดอกไฮเดรนเยีย) ชื่อดังของเมืองมิโตะ
ว่ากันว่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 โทคุกาวะ มิทสึคุนิ (ปี 1628 - 1701) ผู้ปกครองแคว้นมิโตะรุ่นที่ 2 ได้ตั้งชื่อสวนแห่งนี้ว่า โฮวะเอ็น
ช่วงต้นสมัยโชวะ (ปี 1926 - 1989) อาสาสมัครในท้องถิ่นได้ปรับ ขยาย และดูแลสวนแห่งนี้จนเป็นสวนญี่ปุ่นแท้ๆ ที่มีสระน้ำและเนินเขาเทียม
ในปี 1950 ทางวัดได้มอบการดูแลสวนโฮวะเอ็นให้กับทางเมืองมิโตะ จึงได้มีการปลูกดอกอาจิไซที่สวนแห่งนี้
เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน ดอกอาจิไซในสวนราว 6,000 ดอก 100 สายพันธุ์จะบานสะพรั่ง ในช่วงเวลานี้ก็จะมีการจัดงานเทศกาลมิโตะอาจิไซ (Mito Hydrangea Festival)

สวนและธรรมชาติ

วัดและศาลเจ้า

อิบารากิกลาง

ซากปราสาทมิโตะ (Mito Castle Ruins)

ซากปราสาทมิโตะ (Mito Castle Ruins)

ปราสาทมิโตะคือหนึ่งในปราสาทดินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นระหว่างปลายศตวรรษที่ 12 ถึงต้นศตวรรษที่ 13
หลังจากเปลี่ยนผู้ปกครองดินแดนนี้หลายครั้ง ในปี 1609 เมื่อโยริฟุซะ โทคุกาวะถูกส่งตัวมาอยู่ที่มิโตะ ปราสาทแห่งนี้จึงกลายเป็นที่พำนักของตระกูลมิโตะ โทคุกาวะ
หลังเอโดะบาคุฟุ (รัฐบาลในสมัยเอโดะ) ล่มสลายในปี 1868 ปราสาทมิโตะถูกทิ้งร้าง อาคารหลายแห่งเสียหาย ถูกทุบทำลายจากสงคราม
ปัจจุบัน คันกำแพงดิน คูน้ำ โคโดคัง (โรงเรียนไดเมียวของแคว้น) และประตูยาคุอิมง (ประตูของป้อมกลางปราสาท) ยังคงอยู่ ส่วนประตูโอเทมงและป้อมซึมิยาคุระ (ป้อมสังเกตการณ์ตรงมุมปราสาท) ของนิโนะมารุ (ปราสาทที่อยู่รอบนอกฮงมารุ) ได้รับการบูรณะตามเอกสารทางประวัติศาสตร์

ปราสาทและสถานที่ทางประวัติศาสตร์

อิบารากิใต้

อุชิคุชาโตว์ (Ushiku Chateau)

อุชิคุชาโตว์ (Ushiku Chateau)

โรงบ่มไวน์แห่งนี้เปิดเมื่อปี 1903 โดดเด่นด้วยอาคารอิฐแดงอันงดงามในสไตล์ยุโรปผสมญี่ปุ่นซึ่งได้รับความนิยมในสมัยนั้น ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ในฐานะโรงบ่มไวน์แห่งแรกๆ ในญี่ปุ่นที่ผลิตไวน์เต็มรูปแบบ

ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง มีทั้งร้านอาหารซึ่งปรับปรุงมาจากโรงเก็บไวน์เก่าแก่กว่า 100 ปี สร้างจากอิฐแดง สามารถเพลิดเพลินกับอาหารพร้อมไวน์สุดอร่อย รวมถึงร้านจำหน่ายของฝากซึ่งจำหน่ายไวน์ ขนม และอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงเครื่องมือและถังไม้ที่ใช้เก็บไวน์ในสมัยนั้น ขวดไวน์ที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคย รวมทั้งเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับประวัติของ Ushiku Chateau และการผลิตไวน์ของญี่ปุ่น อย่างโปสเตอร์และรูปถ่าย ที่นี่ยังมีน้ำพุ ป่า และสวนดอกไม้ ที่สามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นหรือสนุกกับการทำบาร์บีคิวได้

ชอปปิ้ง

ปราสาทและสถานที่ทางประวัติศาสตร์

งานหัตถกรรมพื้นบ้าน / โรงหมักสาเก

อิบารากิกลาง

โนโซมิออนเซ็น (Ajigaura Onsen Nozomi)

โนโซมิออนเซ็น (Ajigaura Onsen Nozomi)

โนโซมิออนเซ็นในย่านอาจิกาอุระออนเซ็น (Ajigaura Onsen) ใช้แหล่งน้ำพุร้อนส่วนตัวที่ขุดจากใต้ดินลึก 1,504 เมตร น้ำซึ่งประกอบด้วยน้ำทะเลโบราณและมีความเข้มข้นและบ่มเพาะมานานนับพันปีนั้นเป็นสิ่งที่หายากและมีคุณค่าในญี่ปุ่น นอกจากนี้ น้ำพุร้อนยังมีปริมาณของแร่ธาตุต่างๆ มากกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 26 เท่า! ในญี่ปุ่นมีน้ำพุร้อนโซเดียมคลอไรด์หลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ว่ากันว่ามีความเข้มข้นต่ำ น้ำพุร้อนนี้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงช่วยให้บาดแผล โรคทางผิวหนัง และโรคผิวหนังอักเสบมีอาการดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น และช่วยบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทและปวดข้อได้ จึงได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าที่มาใช้บริการมากๆ ทว่าหากแช่ออนเซ็นก็อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยนะ
ที่นี่มีออนเซ็นหลากหลากชนิดและบ่อน้ำร้อนหลากหลายแบบให้เพลิดเพลิน นอกจากบ่อน้ำร้อนในร่ม ในพื้นที่บ่อน้ำร้อนแบบเปิดโล่งยังมีบ่อแบบหิน บ่อไม้สนฮิโนกิ บ่อที่มีกลิ่นหอม และบ่อสไตล์ถ้ำ ออนเซ็นแห่งนี้ยังอยู่ติดหาดอาจิกาอุระ (Ajigaura Beach) สามารถชมวิวสวยๆ ของทะเลได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวพร้อมบ่อน้ำพุร้อน ห้องพักผ่…

อื่น ๆ